โรงพยาบาลกรุงเทพผ่าตัดการใช้พลังงานครั้งใหญ่

กระทรวงพลังงานสนับสนุนโรงพยาบาลกรุงเทพ  หนึ่งในอาคารร่วมแข่งขันของโครงการ BEAT 2010  เดินหน้าผ่าตัดการใช้พลังงานในอาคารครั้งใหญ่ใช้งบลงทุนกว่า 70 ล้านบาท  เปลี่ยนระบบปรับอากาศภายในอาคารโรงพยาบาลที่กำลังใช้งานอยู่ 11 อาคาร  หวังลดการใช้พลังงานในระบบปรับอากาศลง 40 เปอร์เซ็นต์ และคืนทุนได้ในระยะเวลา 4 ปี

กระทรวงพลังงานได้จัดให้มีโครงการสร้างขุมกำลังบุคลากรด้านการอนุรักษ์พลังงาน  หรือ Building Energy Awards of Thailand ( BEAT 2010) ขึ้น เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งานในอาคาร  และกระตุ้นจิตสำนึก สร้างความตื่นตัวด้านอนุรักษ์พลังงานให้กับผู้ใช้อาคารและประชาชนทั่วไป  ด้วยการจัดการแข่งขันอาคารอนุรักษ์พลังงานเป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยมีอาคารจาก 17 องค์กรชั้นนำของประเทศไทย และอีก 2 องค์กรวิชาชีพเข้าร่วมโครงการ และหนึ่งในองค์กรที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้  คือ โรงพยาบาลกรุงเทพ

โรงพยาบาลกรุงเทพจึงเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของภาคเอกชนที่คำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีคุณค่า  และพร้อมที่จะดำเนินการปรับเปลี่ยนระบบปรับอากาศเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด  แต่ความท้าทายของการปรับปรุงระบบปรับอากาศในครั้งนี้  คือ  โรงพยาบาลยังต้องสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติขณะดำเนินการปรับปรุง

อนึ่งโครงการสร้างขุมกำลังบุคลากรด้านการอนุรักษ์พลังงาน ( BEAT 2010)  เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเพื่อการแข่งขันอาคารอนุรักษ์พลังงานครั้งแรกในประเทศไทย   

โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลเอกชลผู้ให้บริการทางการแพทย์แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

 

 

 

 

ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)  กระทรวงพลังงาน มีอาคารที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น  17 อาคาร และ 2 อาคารวิชาชีพ ภายในระยะเวลา 1 ปีตั้งแต่กรกฎาคม พ.ศ.2553 – สิงหาคม พ.ศ. 2554

ภายใต้กรอบของโครงการดังกล่าว  ร.พ.กรุงเทพ  ได้ดำเนินการอนุรักษ์พลังงานใน 3 มาตรการ  และหนึ่งใน 3 มาตรการสำคัญนี้ คือ การปรับปรุงระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ด้วยเทคโนโลยีระบบปรับอากาศ District  Cooling  โดย  Trane  ที่เน้นการประหยัดพลังงาน  มีประสิทธิภาพเป็นเลิศและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  มาใช้ปรับปรุงการทำงานของระบบปรับอากาศภายในอาคารทั้งหมดของ

พิธีลงนามสัญญาความร่วมมือระหว่าง  บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการจำกัด  (มหาชน)   และ เทรน  (ประเทศไทย)  ในโครงการรวมศูนย์เครื่องทำน้ำเย็นด้วยเทคโนโลยี District  Cooling  ด้วยงบประมาณกว่า 70 ล้านบาท

 

 

(จากซ้าย)  คุณอาทิตย์  ลิ้มไพศาล, ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์  บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ  จำกัด  (มหาชน),  นายแพทย์ชาตรี  ดวงเนตร  ประธานคณะผู้บริหาร  ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ,  ดร. รวี  งามโชคชัยเจริญ,  Thailand  Business  Leader  เทรน  (ประเทศไทย)  และ  คุณสยาม  สมบัติธำรงค์  Services  Leader  Ingersoll  Rand  Climate  Solutions  –  lndochina,  Philippines  and  Guam

โดยการประหยัดพลังงานของระบบปรับอากาศทั้งหมดได้มากถึง  20 เปอร์เซ็นต์ของการใช้พลังงานรวม เทียบได้กับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้กว่า  2,747  ตันต่อปี

นอกจากนั้น คือ  การปรับความเร็วรอบมอเตอร์ส่งลมเย็น,   การติดตั้งอุปกรณ์ปรับลดการทำงานของระบบแสงสว่างรวมถึงกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ต่างๆทั้งภายในและภายนอก รวมงบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น  70  ล้านบาท  ในจำนวนนี้เป็นงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการ  BEAT  2010  จำนวน  15  ล้านบาท

ในอดีตที่ผ่านมา  ร.พ.กรุงเทพ  ดำเนินการด้วยระบบปรับอากาศที่ระบายความร้อนด้วยอากาศจำนวน  16  ชุด  โดยเป็นระบบระบายความร้อนด้วยน้ำจำนวน  3  ชุดสำหรับ  11  อาคารของโรงพยาบาล  ซึ่งใช้พลังงานโดยเฉลี่ย  2,157  เม็กกะวัตต์ชั่วโมงต่อเดือน  หรือปีละ  88  ล้านบาท  หรือกล่าวได้ว่าเป็นระบบปรับอากาศที่ใช้พลังงานสูงกว่า  60  เปอร์เซ็นต์ของการใช้พลังงานทั้งหมดใน  1  อาคารโรงพยาบาล

ดังนั้นเพื่อปรับปรุงการใช้พลังงานอย่างจริงจัง    ร.พ.กรุงเทพจึงปรับปรุงระบบปรับอากาศเดิมให้กลายเป็นระบบปรับอากาศประหยัดพลังงานแบบรวมศูนย์ของเทรน  ที่สามารถจ่ายน้ำเย็นไปตามอาคารต่างๆของโรงพยาบาลด้วยเครื่องทำน้ำเย็นประสิทธิภาพสูง   และด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า  ระบบ  District  Cooling นี้ ร.พ.กรุงเทพจึงสามารถลดการใช้พลังงานได้มากถึง  5,494,018  กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี  เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้สร้างพื้นที่สีเขียวได้มากถึง  70,436  ตันต่อปี   ซึ่งถือเป็นความท้าทายในเชิงวิศวกรรมสำหรับการปรับปรุงระบบปรับอากาศในอาคารกับอาคารที่กำลังใช้งานอยู่  โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลซึ่งมีผู้ป่วยที่ต้องดูแลรักษาอุณหภูมิให้พอเหมาะ   และการบริการในโรงพยาบาลไม่สามารถหยุดได้แม้แต่วินาทีเดียว   จึงนับเป็นการดำเนินการครั้งแรกของประเทศไทย   และปัจจุบันทีมงานก็สามารถตัดต่อระบบวางท่อน้ำเย็นจนแล้วเสร็จ

แม้ว่าการดำเนินงานในครั้งนี้ใช้เงินลงทุนสูงมาก   แต่ระบบปรับอากาศใหม่นี้สามารถลดการใช้พลังงานในหมวดของระบบปรับอากาศได้สูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันจะทำให้การใช้ไฟฟ้าโดยรวมลดลงมากถึง 20 เปอร์เซ็นต์  คณะผู้บริหารของโรงพยาบาลจึงไม่ลังเลที่จะดำเนินการ  โดยการสนับสนุนด้านงบประมาณส่วนหนึ่งจากโครงการ BEAT  2010  เพราะแม้ว่าผลประหยัดในเชิงตัวเลขจะเกิดขึ้นกับ  รพ.กรุงเทพ  แต่ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจาการลดใช้พลังงานนั้น   จะเป็นผลดีต่อประเทศชาติและสังคมโดยรวมอย่างแท้จริง

ตัวกรอง

Top